สินธูพระเครื่อง Home Amulet

บทความ

รวม ภาพ วัตถุมงคล ประวัติ หลวงปู่ ครูบาแก้ว วัดร่องดู่ จ.พะเยา

21-08-2558 15:50:37น.

ประวัติหลวงปู่ครูบาแก้ว กมฺมสุทโธ วัดร่องดู่ อ.จุน จ.พะเยา และวัตถุมงคลต่างๆตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบันที่ออกจากวัดร่องดู่โดยตรงแบบสมบูรณ์ที่สุด เขียนและเรียบเรียงโดย  นายชัชวาลย์ รื่นเจริญ (หนานก้อยหลานหลวงปู่ ครูบาแก้ว)  หากท่านต้องการนำข้อมูลประวัติไปเผยแพร่รบกวนช่วยแจ้งแหล่งข้อมูลที่มาด้วยครับ

 

ครูบาเจ้าศรีวิชัย บูรพาจารย์ที่หลวงปู่ให้ความเคารพมากที่สุด

ครูบาขาวปีบูรพาจารย์ผู้ถายทอดวิชาให้หลวงปู่ครูบาแก้ว

ท่านที่สนใจวัตถุมงคลหลวงปู่ครูบาแก้วคลิกดูได้ที่นี่   

เมืองพะเยาหรือเมืองภูกามยาวเป็นเมืองที่สงบเงียบน่าอยู่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เช่น กว๊านพะเยา อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง(อดีตเจ้าเมืองพะเยา) วัดพระเจ้าตนหลวง(วัดศรีโคมคำ)พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวพะเยา  วัดอนาลโย(ดอยบุศราคัม)อดีตพระเกจิที่ชาวเมืองพะเยาให้ความเคารพมากทีสุดคือพระครูภาวนาธิคุณหรือ หลวงพ่อครูบาเจ้าอินโต แห่งวัดบุญยืน ท่านมรณะภาพไปแล้วเกือบ30ปี ท่านเป็นพระที่เชี่ยวชาญทางด้านเวทมนต์คาถาขลัง พลังจิตสูงส่ง และยังเป็นพระนักพัฒนา เหรียญรุ่นแรกเล่นหากันหลายพันบาทจนถึงหลักหมื่นพุทธคุณเด่นทางแคล้วคลาด คงกระพันกันภูตผีดียิ่งนักและอีกรูปหนึ่งพระเกจิอาจารย์ที่ชาวเมืองพะเยาให้ความเคารพอีกรูปหนึ่งคือ หลวงปู่ครูบาแก้ว  กมฺมสุทโธ เจ้าอาวาสวัดร่องดู่ หมู่ 10 ต.จุน อ.จุน จังหวัดพะเยา (ท่านเป็นพระเถราจาร อีกรูปหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านเวทย์มนต์คาถา วิปัสสนากรรมฐาน(โดยเฉพาะกสิณไฟ)

 

 

 

 

ประวัติวัดร่องดู่ หมู่10 ต.จุน อ.จุน จ.พะเยา

วัดร่องดู่เดิมทีเป็นวัดเก่าแก่สมัยเวียงลอ สังเกตได้จากฐานเจดีย์เก่าที่ปัจจุบันได้สร้างพระอุโบสถและเจดีย์ครอบเอาไว้ว่ากันว่าสมัยก่อนได้พบพระเครื่องพระบูชาสมัยเชียงแสนเป็นจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณวัดหลวงปู่ครูบาแก้วเล่าว่าพระเครื่องเนื้อดินและเนื้อชินสมัยก่อนชาวบ้านไม่ค่อยสนใจขุดตรงไหนก็เจอพระแม้แต่หลวงปู่เองท่านเคยไปถางหญ้ายังได้พระบูชาเชียงแสนมา1องค์พระองค์นี้ได้เป็นมรดกตกทอดประจำวัดทางคณะกรรมการวัดได้เก็บรักษาไว้โดยทุกปีวันที่15เมษายน(วันพญาวัน)จะนำมาสรงน้ำเพื่อความเป็นศิริมงคลของชาวบ้านทุกปี

 

บริเวณวัดร่องดู่ในปัจจุบัน

 

โดยเฉพาะพระเนื้อชินและเนื้อดินว่ากันว่านักสะสมพระเครื่องจากที่อื่นมาขุดได้ไปเป็นกระบุงๆเพราะสมัยนั้นยังไม่มีผู้ดูแลและผู้คนกล้าอาศัยเพราะเป็นวัดร้างเจ้าที่แรงจวบจนเมื่อปี2513 คุณพ่อเถิง ไชยมงคลและชาวบ้านได้รวมตัวกันบูรณะและตั้งเป็นสำนักสงฆ์ขึ้นจึงได้มีพระมาอยู่อาศัย รายนามเจ้าอาวาสวัดร่องดู่มีดังนี้ 1.พระห่อ ดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี2513-2514 2.พระหวัน ดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี2514-2516 3.พระจำปา วิสุทโธ ดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี2516-2518 4.พระสงัด  ดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี2518-2519 5.พระชิต ดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี2519-2520 6.ครูบาจำปา สีลสุทโธ  ดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี2520-2527 7.หลวงปู่ครูบาแก้ว กมฺมสุทโธ ท่านมาจำพรรษาอยู่วัดร่องดู่เมื่อปี2524และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเมื่อปี2527-2550 8.พระครูวิทิตนพการ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันต่อจากหลวงปู่ครูบาแก้ว วัดร่องดู่หลวงปู่ครูบาแก้วได้เคยกล่าวไว้ว่าเจ้าที่ๆนี่แรงมากพระที่มาอยู่หากปฏิบัติตัวไม่ดีแล้วก็มักจะอยู่ได้ไม่นานและเมื่อหลายปีก่อนยังเคยขุดเจอโครงกระดูกมนุษย์โบราณหลวงปู่ท่านดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาสได้นานที่สุดถึง23ปีแม้ว่าบางพรรษาเหลือเพียงหลวงปู่จำพรรษาเพียงรูปเดียวก็ตามท่านเป็นพระที่ถือสะมะถะอยู่อย่างเรียบง่ายไม่เคยยึดติดในตำแหน่งลาภยศไดๆทั้งสิ้นจวบจนท่านมรณะภาพหลวงปู่ครูบาแก้ว กมฺมสุทโธ ท่านได้ป่วยและได้เข้ารักษาที่โรงพญาบาลในจังหวัดเชียงรายแต่อาการของท่านก็ไม่ดีขึ้นมีแต่ทรุดกับทรุดถึงอาการท่านจะหนักและเจ็บปวดเพียงไดท่านก็ไม่เคยแสดงอาการเจ็บปวดอย่างไดๆไห้ศิษย์และหมอที่คอยดูแลท่านให้เห็นเลยท่านนอนภาวนาพระคาถาและสวดมนต์อยู่ตลอดเวลาขนาดท่านลุกนั่งไม่ได้ และครั้งนั้นหลวงปู่ท่านได้แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นเป็นที่แปลกต่อคุณหมอ พยาบาลและศิษย์ที่อยู่ในเหตุการณ์คือหลวงปู่ท่านนอนอยู่บนเตียงตัวท่านไม่สามารถขยับได้ตั้งแต่เอวลงไปและไม่สามารถลุกขึ้นนั่งได้เลย ท่านได้พนมมือขึ้นและกล่าวว่าจะสวดมนต์บอกเทวดาหลังสวดมนต์เสร็จหลวงปู่ท่านกลับลุกขึ้นนั่งสร้างความแปลกใจให้กับผู้อยู่ในเหตุเหตุการณ์ยิ่งนักท่านได้บอกกับบุตรชายของท่าน(คุณเรียว ไชยมงคล) ให้ย้ายท่านไปโรงพยาบาลจังหวัดพะเยาท่านบอกว่าอย่าได้เสียใจเลยถึงอย่างไรท่านก็คงอยู่ได้ไม่นานทางบุตรชายและศิษย์จึงนำท่านกลับไปรักษาที่โรงบาลจังหวัดพะเยาระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลจังหวัดพะเยาหลวงปู่ท่านนอนลืมตาพนมมือสวดมนต์ไปตลอดทาง ท่านได้เข้ารักษาตัวต่อที่โรงบาลจังหวัดพะเยาอาการก็ไม่ดีขึ้นหมอจึงให้บุตรของหลวงปู่ท่านและศิษย์ใกล้ชิดมาดูใจท่านเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อทุกคนมาพร้อมเพียงกันแต่หลวงปู่ท่านบอกว่าจะรอศิษย์ของท่านอีกคนที่อยู่กรุงเทพนั้นคือหนานก้อย(ผู้เขียน)เมื่อผู้เขียนมาถึงท่านจึงได้ละสังขารโดยท่านได้ภาวนาสวดมนต์ไปจวบจนท่านหมดลมหายใจ ท่านได้มรณภาพลงอย่างสงบที่โรงพญาบาลจังหวัดพะเยาเมื่อวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม2550 เวลา23.30น ด้วยโรคไตและโรคเบาหวานอีกทั้งท่านชราภาพมากสังขารของท่านได้นำมาบรรจุโลงแก้วไห้ศิษย์ยานุศิษย์ได้สักการบูชาเป็นเวลาสามเดือนจึงได้ทำพิธีประชุมเพลิง ณ.วัดร่องดู่ ในวันที่ 24 กุมพาพันธ์2551ที่ผ่านมามีลุกศิษย์ลูกหามาร่วมมากมายทั่วทุกสารทิศที่แปลกคือหลังจากเปิดโลงแก้วที่บรรจุสังขารหลวงปู่ท่านสังขารของท่านกลับไม่เน่าเปื่อยผิวของท่านไม่ดำไม่ขึ้นรากลับสดไสเหมือนท่านนอนหลับเล็บและเกศากลับงอกเป็นที่อัศจรรย์ต่อผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ยิ่งนัก

 

 

 

 

ประวัติหลวงปู่ครูบาแก้ว  กมฺมสุทโธ  เจ้าอาวาสวัดร่องดู่

หลวงปู่ครูบาแก้ว กมฺมสุทโธ เจ้าอาวาสวัดร่องดู่รูปที่7 เกิดวันพุธที่ 2 เดือนมิถุนายนพ.ศ.2463  ณ.บ้านร่องดู่ อ.จุน จ.พะเยา เป็นบุตร ของโยมแม่จีน ไชยมงคล โยมพ่อนวล ไชยมงคล พื้นเพเดิมเป็นคน บ้านนาไฟ จ.อุตรดิตถ์ ท่านได้ย้ายมาอยู่ จ.พะเยาตั้งแต่หลวงปู่ยังไม่เกิดโดยมีพี่น้องรวมทั้งหมด6คน ดังนี้ 1.นายผง ไชยมงคล 2.นางเจียม ไชยมงคล 3.นางเกี้ยว ไชยมงคล 4.นางปอง ไชยมงคล 5.นายแก้วมา ไชยมงคล(หลวงปู่ครูบาแก้ว กมฺมสุทโธ) 6.นางทองดี ไชยมงคล หลวงปู่ครูบาแก้วท่านเป็นบุตรคนที่5 ของสกุลไชยมงคล

 

   

หลวงปู่ครูบาแก้วปลุกเสกเหรียญกันภัยรุ่นแรกวันที่15เมษายน2544

 

ก่อนที่โยมแม่จะคลอดหลวงปู่นั้น  โยมแม่ได้ฝันไปว่ามีเทพเทวดานำเอาลูกแก้วซึ่งมีสีสว่างใสนวลสวยงามมากมามอบให้ท่านแล้วกำชับสั่งไว้ว่าให้เก็บรักษาดูแลไว้ให้ดีเถิดต่อไปจะได้เป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้ เมื่อโยมแม่ตื่นขึ้น  ท่านจึงตั้งชื่อลูกชายว่า แก้วมา” (ภายหลังนิยมเรียกท่านว่า ครูบาแก้ว)เมื่อยังเยาว์เด็กชายแก้วผิดต่างไปจากพี่น้องเป็นอันมากแตกต่างจากเด็กในวัยเดียวกันท่านเป็นเด็กที่เรียบร้อยสอนง่าย มีความขยันหมั่นเพียร พูดน้อยถ่อมตนและชอบติดตามบิดามารดาเข้าวัดฟังธรรมอยู่เสมอจึงเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านและผู้ที่พบเห็นอยู่เสมอเมื่อเด็กชายแก้วติดตามบิดามารดาเข้าวัดฟังธรรมบ่อยครั้งจึงทำให้ท่านคิดอยากจะบวชจึงขออนุญาตบิดามารดาเพื่อบวชสามเณรเมื่อบวชเป็นสามเณรแล้วเด็กชายแก้วมีความขยันหมั่นเพียรศึกษาวิชาต่างของทางล้านนาจนสามารถท่องมนต์ 7ตำนาน 12ตำนานได้อย่างคลองแคล้วไพเราะโดยเฉพาะเวทมนต์คาถาอาคมต่างๆท่านมีความสนใจตั้งแต่บวชเป็นสามเณร โดยเฉพาะวิชาอุดเลือด(คัดเลือด)ต่อกระดูกต่อเอ็นท่านเชี่ยวชาญยิ่งนักและมีโอกาสได้พบกับนักบุญแห่งล้านนาไทยนั้นคือครูบาเจ้าศรีวิชัย แห่งวัดบ้านปาง ครั้นเดินทางมาจังหวัดพะเยาหลวงปู่ท่านเห็นครูบาเจ้าศรีวิชัยท่านมีความศัทธาจึงอยากเจริญรอยตามท่านครูบาเจ้าจึงอยากจะฝากตัวขอเป็นศิษย์แต่โอกาศเข้าถึงครูบาท่านยากท่านก็ไม่ได้เรียนวิชาจากท่านครูบาศรีวิชัยเลยเพราะตอนนั้นมีคนมาฝากตัวเป็นศิษย์ครูบาท่านมากมายทั่วทุกสารทิศท่านจึงขอเรียนวิชากับครูบาขาวปีแทน

 

 

หลวงปู่ทำพิธีตานตุง พิธีเก่าแก่ของเมืองล้านนาเมื่อปี2542

 

หลวงปู่เดินทางไปปลุกเสกวัตถุมงคลให้วัดห้วยเคียน จ.พะเยา เมื่อปี2544

 

 รูปปราฎิหาริย์ขณะหลวงปู่ปลุกเสกวัตถุมงคลเกิดลำแสงพุ่งลงสู่วัตถุมงคล

 

 และอีกอย่างท่านต้องคอยช่วยเหลือทางบ้านเนื่องจากทางบ้านท่านยากจนและบิดาท่านก็ป่วยหนักท่านจึงตัดสินใจสึกเพื่อช่วยมารดาทำงาน วัยหนุ่มนายแก้วเป็นคนเรียบร้อย ไม่ค่อยพูด เหนียมอายพูดคำตอบคำ ชอบทำบุญอยู่เสมอจึงเป็นที่หมายตาของสาว ๆ ประจำหมู่บ้านและผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านต่างชื่นชอบในความขยันอดทนและการมีสำมาคาราวะ มีอยู่หลายครั้งที่เพื่อนของท่านชวนไปดักปลา พอเพื่อนจับปลาได้ ท่านก็แอบปล่อยปลาอยู่เสมอ หรือแกล้งทำหลุดไปบ้าง  ท่านไม่อยากให้ทำบาปและเบียดเบียนชีวิตใคร  ก่อนบวชหลวงปู่ท่านเคยมีครอบครัวมาก่อน  ตอนหนุ่มท่านชอบศึกษาวิชาอาคมไสยศาสตร์มาก ใครเก่งหรือมีวิชาดีที่ไหนท่านจะไปเรียนมาหมด  ท่านชอบศึกษาหาความรู้ใฝ่เรียนค้นคว้าอยู่เสมอทั้งวิชาช่วยเหลือคนและทำคนแต่ท่านเลือกเรียนทางช่วยเหลือคนเสียมากกว่าเพราะการที่ใช้วิชาในการทำร้ายผู้อื่นถือเป็นบาปตกนรกอเวจี

 

หลวงปู่ปลุกเสกวัตถุมงคลรุ่นมหาบารมี30ทัศ

 

หลวงปู่พิจารณาวัตถุมงคลที่ท่านเสก ด้านหลังถาดบรรจุวัวธนูที่ท่านปั้นเองด้วยมือ

 

วัตถุมงคลทุกชิ้นที่หลวงปู่สร้างออกจากวัดร่องดู่โดยตรงท่านจะเน้นมวลสารเป็นสำคัญ

สาเหตุที่ท่านบวชอีกครั้งเนื่องจากว่าภรรยาคู่ชีวิตของท่านป่วยและเสียชีวิตลงและได้มีผู้หญิงในหมู่บ้านมาติดพันมาแอบชอบหลวงปู่อยู่ 2คน ท่านจึงหนีไปบวชเพื่อจะให้ผู้หญิงที่มาแอบชอบนั้นเลิกล้มความคิดเสียเดิมทีท่านจึงคิดว่าบวช 7 วัน  แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบหลวงปู่เล่าว่าวันแรกที่ท่านบวชตกตอนกลางคืนขณะที่ท่านกำลังฝึกเจริญสมาธิวิปัสสนากรรมฐานอยู่นั้น ปรากฏว่าท่านตกใจมากแทบครองสติไม่อยู่เมื่อมีคนมาสะกิดท่าน ตอนแรกท่านนึกว่ามีคนมาแกล้ง แต่พอลืมตาขึ้นท่านก็ถึงกับตะลึง  เพราะนั่นคือพวกผีเปรตมาขอส่วนบุญ 

 

หนังสือพิมพ์ข่าวสดลงประวัติหลวงปู่ครูบาแก้วเมื่อปี2544

ตอนนั้นหลวงปู่แทบครองสติไม่อยู่  แต่ด้วยที่ท่านมีจิตที่แน่วนิ่งเข้มแข็งและมีวิชาอาคมที่ได้เรียนมาอยู่บ้างท่านจึงแผ่ส่วนกุศลไปให้  ปรากฏว่าดวงวิญญาณตนที่ท่านเห็นนั้นได้หายไป คืนต่อมาหลังจากที่ท่านได้สวดมนต์แผ่สวนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรวิญญาณสัมพเวสีทั้งหลายแล้วท่านจึงเข้าจำวัดตกดึกท่านฝันไปว่ามีคนมาหาท่าน มาขอบใจที่ท่านช่วยเหลือและนำช้างมาถวายหลวงปู่ 2 เชือก  ท่านจึงรับไว้แล้วร่างนั้นก็หายไป มาทราบในภายหลังว่าคนที่มาเข้าฝันนั้นคือเปรตที่หลวงปู่อุทิศส่วนบุญให้ หลังจากที่เปรตนั้นได้รับโมทนาบุญแล้วก็ไปเกิดเป็นเทวดา หลังจากเป็นเทวดาแล้วก็เกิดระลึกถึงบุญคุณของหลวงปู่ที่ช่วยเหลือจึงได้นำช้างเผือกทิพย์มาถวาย 2 เชือก ปัจจุบันช้างทิพย์ทั้งสองเชือกนี้ยังอยู่คู่บารมี และปกป้องคุ้มครอง หลวงปู่และวัดร่องดู่ตลอดมาจากการที่ว่าหลวงปู่ท่านจะบวช 7 วัน  ท่านจึงเปลี่ยนใจโดยตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่สึกตลอดชีวิต

  

 

 

ประวัติหลวงปู่ครูบาแก้วที่ผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเขียนขึ้นครั้งแรกใน ปีพ.ศ.2542

ลงเผยแพร่เกียรติคุณหลวงปู่ครูบาท่านในนิตยสารฉบับหนึ่งในสมัยนั้น

 หลวงปู่ท่านได้บวช ที่ อ.จุนโดยเจ้าอาวาสวัดห้วยข้าวก่ำองค์ก่อนบวชให้  ท่านได้เรียนวิชาจากพระอุปัชฌาย์ ของท่านจนหมดสิ้นและได้เดินทางไปเสาะหาวิชาอาคมเพิ่มเติมอยู่เสมออาจารย์ดีหรือเก่งที่ไหนหลวงปู่ท่านจะไปฝากตัวเป็นศิษย์  เพื่อขอศึกษาวิชามาจนหมดสิ้นโดยเฉพาะวิชาสายท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยท่านได้เดินทางไปศึกษาต่อกับท่านครูบาขาวปี หลวงปู่ครูบาคำหล้าตาทิพย์ ศิษย์ผู้สืบทอดวิชาทั้งหมดจากครูบาเจ้าศรีวิชัย(จะสังเกตได้จากเวลาหลวงปู่ท่านปลุกเสกวัตถุมงคลท่านจะใช้คาถาของครูบาเจ้าศรีวิชัยปลุกเสกเสมอ)และแลกเปลี่ยนวิชากับหลวงปู่หลานดอกคำใต้และยังได้แลกเปลี่ยนวิชากับหลวงปู่ครูบาคำฝาย วัดพระธาตุจอมไคร้ปัจจุบันท่านมีอายุร้อยกว่าปีเป็นศิษย์ผู้หนึ่งที่สืบทอดวิชามาจากครูบาเจ้าศรีวิชัย และฆราวาสจอมขมังเวทย์ชาวจังหวัดแพร่อดีตเสือเก่าและยังได้สักยันต์ติดตัวมาด้วยโดยเฉพาะวิชาคงกระพันมหาอุดหยุดปืนเชื่อว่าแมลงวันไม่ได้กินเลือดและวิชาเพ่งกสิณเตโชกสิณ(กสิณไฟ)และหลวงปู่ยังมีตำราเก่าแก่ในการสร้างวัตถุมงคลสมัยครูบาเจ้าศรีวิชัยตกทอดมาถึงตัวท่านอีกด้วยท่านได้ศึกษาวิชาจากตำราจนหมดสิ้น(ปัจจุบันตำรานี้ท่านมอบให้กับศิษย์ใกล้ชิดท่านหนึ่งไปเก็บรักษา)หลวงปู่ท่านเจริญสมถะวิปัสสนากรรมฐานอยู่เสมอ  พระกรรมฐานที่ท่านฝึกคือเตโชกสิณ (กสิณไฟ) จึงทำให้พลังจิตของท่านกล้าแข็งและท่านได้เคยกล่าวเอาไว้ว่าการ เจริญสมถะวิปัสสนากรรมฐานนั้นหากขยันฝึกให้จิตมีความสงบนึ่งแล้วย่อมเกิดสมาธิพลังงานสามารถนำไปใช้ในทางที่เกิดประโยชน์ได้แม้กระทั่งช่วยเหลือคนอย่างการฝึกกสิณต้องกำหนดจิตให้มั่นเช่นถ้ากำหนดจิตด้วยปากเป็นจุดศูนย์รวมผู้ที่ฝึกสำเร็จย่อมมีวาจาสิทธิ์ หากใช้หูกำหนดย่อมมีหูทิพย์ หากใช้ตาก็จะมีตาทิพย์หากใช้จุดกึงกลางหน้าผากกำหนดจะสามารถหยั่งรู้จิตใจคนได้ อันวิชาอาคมต่างๆนั้นจะเข้มขลังได้ต้องขึ้นอยู่กับอำนาจจิตของผู้นั้นด้วยหากจิตไม่ถึงต่อให้ท่องพระคาถาพันจบก็ไม่เกิดความขลังความศักดิ์สิทธิ์ หากจิตถึงเพียงท่องพระคาถาบทเดียวก็เกิดความขลังความศักดิ์สิทธิ์ อย่างการปลุกเสกพระเครื่องเพื่อให้พลังความขลังนั้นอยู่ทนนานไม่มีเสื่อมผู้ที่สร้างต้องมีศีลมีสมาธิจะใช้พลังจิตของตัวเองแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ถึงแม้จะขลังจริงแต่ก็อยู่ได้ไม่ทนย่อมมีวันเสื่อมหากจะให้ทนนานจะต้องระลึกถึงคุณบิดามารดาครูบาอาจารย์ด้วยความกตัญญูรู้คุณย่อมไม่เสื่อมเทพเทวาย่อมมาช่วยเหลือของสิ่งนั้นก็จะเกิดความขลังหลวงปู่มักจะกล่าวอยู่เสมอว่าพระของท่านมีเทวดาคุ้มครอง  

หลวงปู่ท่านต้อนรับศิษย์ช่วยเหลือศิษย์ทั่วทุกสารทิศไม่มีเลือกชั้นถือวรรณะ

ศิษย์ของหลวงปู่หลายท่านล้วนได้ดีแตกต่างกันไปเพราะบารมีของหลวงปู่

มีอยู่ครั้งหนึ่งปี2542ผู้เขียนเคยบวชอยู่ปรนนิบัติหลวงปู่ท่านที่วัดร่องดู่ เคยเห็นหลวงปู่ท่านสร้างวัตถุมงคลเพื่อแจกศิษย์ยานุศิษย์  สังเกตว่าหลวงปู่ท่านจะเคร่งมากท่านถือวิชาแบบโบราณ ท่านสร้างตะกรุดให้ลูกศิษย์นำไปบูชา  สังเกตว่าหลวงปู่จะหาฤกษ์ที่ดีนั่งลงจารตะกรุด โดยท่านจะกำหนดจิตไปที่เหล็กจารค่อย ๆ เขียนอักขระทีละตัว พลังจิตของท่านมั่นคงหนักแน่นมาก  หลวงปู่ท่านเขียนยันต์ไปพร้อมกับท่องสูตรกำกับไป อักขระทุกตัวที่ท่านเขียนท่านใช้พลังจิตเพ่งกำกับลงไปเสมอ  พอหลวงปู่จารเสร็จท่านก็ม้วนตะกรุด  ตอนม้วนท่านค่อย ๆ ม้วนทีละนิดพร้อมกับท่องคาถากำกับไปด้วยพอหลวงปู่ม้วนเสร็จท่านก็ท่องคาถาจบพอดีแล้วท่านก็นำตะกรุดดอกนั้นเข้าไปปลุกเสกในกุฏิของท่านอีกที  นับว่าหลวงปู่ท่านสร้างของแบบรับรองว่าไม่เอาแบบสุกเอาเผากินและมีอีกครั้งหนึ่งเป็นช่วงตอนประมาณเที่ยงคืนผู้เขียนยังนอนไม่หลับ  จึงลุกไปเอาหนังสือสวดมนต์มาอ่าน จะต้องเดินผ่านกุฏิของหลวงปู่(กุฎิไม้หลังเก่า)สังเกตว่าทำไมกุฏิท่านมีแสงไฟเดี๋ยวหรี่เดี๋ยวดับ  ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงแอบดูปรากฏว่าไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อหลวงปู่ท่านกำลังนั่งเพ่งเทียนอยู่โดยท่านถือเทียนอยูในกำมือ  ตัวท่านนั่งตรงนิ่งไม่กระดุกกระดิกสายตาของหลวงปู่มองตรงไปที่ปลายเทียนเล่มนั้นดวงไฟที่เทียนนั้นแปลกมาก  มันสามารถดับได้ติดได้ ซึ่งน่าแปลกใจเป็นอันมากคิดว่าท่านคงฝึกเตโชกสิณอยู่ ดูท่าทางท่านเข้มขลังมากและ  มีอยู่ครั้งหนึ่งหลวงปู่ท่านปลุกเสกพระ ตอนนั้นมันดึกมากแล้ว หลวงปู่ท่านปลุกเสกพระแปลกมาก ในมือท่านถือเทียนอยู่เล่มหนึ่งพร้อมกับท่องคาถาไปด้วย  ดวงตาของท่านเพ่งไปที่ปลายเทียนเล่มนั้น  พอท่องจบท่านก็เป่าลงสู่วัตถุมงคลนั้นพร้อมกับพรมน้ำมนต์ และบางครั้งที่หลวงปู่ปลุกเสกวัวธนูมักจะได้ยินเสียงวัวร้องหรือมีวัววิ่งเข้ามาอยู่เต็มบริเวณวัดศิษย์ผู้เขียนเชื่อว่าพระที่หลวงปู่ท่านสร้างต้องเข้มขลังศักดิ์สิทธ์ แน่เพราะเคยเจอประสบการณ์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทางแคล้วคลาดคงกระพัน เมตตามหานิยมโชคลาภ วัดร่องดู่เป็นวัดที่เก่าแก่มากสมัยก่อนเคยมีเจดีย์เก่าแก่อยู่สองเจดีย์  แต่เดี๋ยวนี้ได้พังทลายไปแล้วเนื่องจากว่าสมัยก่อนมีคนมาขุดจึงทำให้เจดีย์พังทลายลงมา ตอนนี้ทางวัดได้สร้างโบสถ์และเจดีย์ทับไปแล้ว  แต่ยังเหลือร่องรอยให้เห็นคือก้อนอิฐโบราณกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณวัด  วัดร่องดู่นี้มีเจ้าที่แรงมากตอนกลางคืนวันดีคืนดีจะมีดวงแก้วลอยขึ้นที่หลังโบสถ์ ผู้ที่เคยบวชอยู่วัดร่องดู่ส่วนมากจะเห็นกันทุกคน เมื่อ ถามหลวงปู่ท่านบอกว่าเจ้าที่ที่วัดนี้แรงมาก  และที่วัดนี้มีเปรตอยู่ด้วย เรื่องนี้ต้องอยู่ที่ว่าท่านผู้อ่านจะเชื่อหรือไม่ โปรดพิจารณา  เพราะคนแถววัดนั้นเห็นมาหลายคนแล้ว หลวงปู่ท่านก็เคยเจอมา วัดร่องดู่นี้สมัยก่อนแตกต่างจากปัจจุบันมากมีแต่ต้นไม้ปรกคุมไปหมดพอตกกลางคืนน่ากลัวมากมันเงียบวังเวงไม่มีใครกล้าลงจากกุฏิทั้งพระและเณร  จะมีก็แต่หลวงปู่องค์เดียวสมัยท่านยังแข็งแรงท่านมักจะลงไปเดินจงกลมเสมอ และเมื่อหลายปีก่อนทางวัดได้ขุดดินเพื่อจะสร้างศาลาอเนกประสงค์ ยังขุดเจอโครงกระดูกมนุษย์โบราณสูงเกือบ 3 เมตร นอนในท่าเอาดาบหนุนหัวอยู่ตอนนี้ได้ส่งเข้าพิพิธภัณฑ์แล้ววัดร่องดู่นี้ยังมีของโบราณฝังอยู่ในพื้นดินอีกมาก  เคยมีคนขุดได้พระบูชาก็มี มีอยู่ครั้งหนึ่งหลวงปู่ท่านเห็นว่าต้นหญ้ารก  ท่านจึงเอาเสียมไปถางหญ้าปรากฏว่าไปถางโดนวัตถุบางอย่าง  ท่านจึงได้ขุดดูปรากฏว่าเป็นพระพุทธรูปท่านจึงนำมาไว้บูชา  เป็นพระพุทธรูปเก่ามากสมัยเชียงแสนตอนนี้คณะกรรมการวัดนำไปเก็บรักษาไว้

ประสพการณ์ปราฎิหาริย์วัตถุมงคลหลวงปู่ครูบาแก้ว

พระเล่นของเจอเจ้าที่

มีเรื่องระทึกใจอยู่ครั้งหนึ่งที่ว่า  มีพระรูปหนึ่งมาบวชอยู่ที่วัดร่องดู่นี้ชอบให้หวยมาก  ท่านจะหากระดาษมาเขียนเป็นตัวเลขแล้วม้วนนำไปหยอดในรูบึ้ง (เป็นแมลงชนิดหนึ่งทางเหนือเรียกว่าอีบึ้ง) ซึ่งอยู่ข้างหลังโบสถ์  พอตกกลางคืนพระรูปนั้นเกิดอาการผิดปกติ ทำตาขวาง ปวดท้อง เหมือนโดนของ  โดนผีเข้าพระเณรในวัดจึงเรียกให้หลวงปู่มาดู  พอหลวงปู่มาดูท่านนั่งหลับตาทำสมาธิสักพักท่านก็รู้ว่าพระรูปนั้นเป็นอะไร  ท่านจึงทำน้ำมนต์มารดและให้พระรูปนั้นดื่มตอนแรกพระรูปนั้นถึงกับดิ้นใหญ่แล้วก็เงียบไป  พอรู้สึกตัวหลวงปู่ก็เล่าให้ฟังว่าเจ้าที่ที่วัดนี้เขาหวงและแรงมาก  พระรูปนั้นก็เลยเข็ดไปอีกนาน

หลวงปู่เรียกฝน

เรื่องหลวงปู่เรียกฝนนี้คณะกรรมการวัดร่องดู่ โดยคุณพ่อบุญมา อ.บ.ตบ้านร่องดู่ได้เล่าว่าพูดถึงอภินิหารของหลวงปู่นั้นก็มีอยู่หลายครั้งที่บ้านร่องดู่ฝนไม่ตกตามฤดูกาลแห้งแล้งมากเมื่อตอนหลวงปู่ท่านแข็งแรงจะนิมนต์หลวงปู่ให้ไปทำพิธีขอฝนเกือบทุกปีโดยไปทำกันบนเขาที่อยู่ใกล้วัดร่องดู่  หลวงปู่นั่งหลับตาไปพร้อมกับท่องคาถาแทบไม่น่าเชื่อ ปรากฏว่าแสงแดดที่สว่างจ้าก็เริ่มมีเมฆหมอกครึ้ม  อากาศที่ร้อนอบอ้าว  ก็มีลมพัดเริ่มมีเสียงฟ้าร้อง  สักพักฝนก็ตกลงมา ชาวบ้านต่างดีใจกันใหญ่เรื่องนี้เคยมีคนถามหลวงปู่ว่าท่านเรียกฝนได้ยังไงท่านยิ้มอย่างมีเมตตาและตอบว่า  มันจะยากอะไรก็คาถามันมีนี่  คนที่ถามถึงกับงงเลย และคิดว่าหลวงปู่ท่านคงจะสำเร็จญาณชั้นสูงแล้วแน่นอนท่านถึงทำได้  

รูปวัตถุมงคลยุคแรกที่จัดสร้างโดยหลวงปู่ครูบาแก้วและวัดร่องดู่โดยตรง

  

 พระผงรูปเหมือนรุ่นแรกของหลวงปู่ปัจุบันหายากมากจำนานสร้างรวมพิมพ์ทั้งหมดไม่เกิน500องค์

  

พระขุนแผนยอดขุนพล รุ่น1-3 สุดยอดปรารถนาของศิษย์หายากมากหลวงปู่แกะพิมพ์เอง

   

ซ้ายขุนแผนเนื้อผงดำรุ่นแรกสร้าง9องค์แจกเฉพาะศิษย์ไกล้ชิด ขวาพระขุนแผนเนื้อผงดำรุ่น2สร้าง19องค์แจกให้เฉพาะศิษย์ใกล้ชิด     ขุนแผนทั้ง2รุ่นนี้หายากมากเล่นหากันแพงมากหายากสุดๆ

   

 

ซ้ายพระผงขุนแผนยอดขุนพลรุ่น2 ขวาพระขุนแผนยอดขุนพลรุ่น3ปัจจุบันพระขุนแผนทั้ง3รุ่นหายากมากมีประสบการณ์ทางเมตตาสูง(พระขุนแผนทั้งหมด3รุ่นรวมกันจำนวนสร้างไม่ถึงหนึ่งพันองค์ และพระขุนแผนรุ่นที่4 สุดท้ายคือขุนแผนพญาอิ่นแก้วเนื้อผงออกสีแดง หลวงปู่สร้างพระขุนแผนทั้งหมด4รุ่นเท่านั้นที่เป็นของวัดร่องดู่โดยตรง

   

ซ้ายพระสมเด็จรุ่นแรก สร้าง59องค์ ขวาพระปิดตารุ่นแรกสร้างไม่ถึง100องค์ หายากมากผู้ที่ได้มีไว้บูชาส่วนมากจะเป็นคนอยู่ใกล้วัดและลูกศิษย์ใกล้ชิด

 

วิธีปลุกเสกวัตถุมงคลที่จัดสร้างโดยหลวงปู่และวัดร่องดู่โดยตรง

ครั้งแรกหลวงปู่ท่านสร้างวัตถุมงคลออกมาแจก  ท่านมักจะพูดเสมอว่าพระชุดนี้ดีนะ ท่านปลุกเสกเต็มที่แล้วนะ แล้วแต่จะอธิษฐานใช้ อย่าได้ใช้ในทางผิดศีลธรรมนะ หลวงปู่ท่านมีสมาธิและพลังจิตกล้าแข็งมาก  เชื่อได้ว่าพระที่หลวงปู่ท่านสร้างและเสกต้องดีแน่และไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอนหากผู้บูชามีความเคารพนับถือและเชื่อมั่นจริงไม่คิดทำร้ายผู้อื่นหรือชาติบ้านเมืองเชื่อว่าพระที่หลวงปู่เสกให้นั้นย่อมป้องกันคุ้มครองให้ผู้บูชารอดพ้นจากพยันอันตรายทั้งปวงได้อย่างแน่แท้  ผู้เขียนมีวัตถุมงคลของท่านแขวนบูชาติดตัวเกือบทุกรุ่นได้รับจากมือท่านตั้งแต่สมัยตอนบวชจนสึกออกมาก็ยังไปหาวัตถุมงคลของท่านที่สร้างออกมาไว้บูชาเสมอ  เพราะผู้เขียนเชื่อว่าพระที่หลวงปู่สร้างออกมาแต่ละองค์นั้น มีพุทธคุณมากมายจริง ๆ ผู้เขียนเจอกับตัวเองมาแล้ว เคยถามหลวงปู่ว่าพระที่ท่านสร้างนั้นเวลาปลุกเสกแล้วมีพลังหรือไม่ ขลังหรือยัง หลวงปู่รู้ได้ยังไง ท่านตอบอย่างเมตตาว่า  แรกๆหลวงปู่ปลุกเสกพระท่านจะปลุกเสกไปจนเสร็จพิธี  แล้วท่านก็จะนั่งสมาธิดูว่าพุทธคุณเต็มหรือขลังแล้วจะมีแสงสีฟ้าหรือเขียวขึ้นอยู่เต็ม  หรือรอบองค์พระถ้ามีขึ้นน้อยท่านก็จะปลุกเสกต่อไปเรื่อย ๆ จนเต็ม แต่ปัจจุบันท่านบอกว่าของที่ท่านปลุกเสกไม่จำเป็นต้องเสกนานๆแค่เป่ามนต์เพียงเดียวก็ขลังแล้ว เทวดาเขามาช่วย วัตถุมงคลที่หลวงปู่เชี่ยวชาญและถนัดมากในการทำคือ ตะกรุด อิ่นคู่ ขุนแผน วัวธนู สีผึ้ง เทียนสืบชะตาและวิชาต่างของทางล้านนา วัตถุมงคลทุกชนิดที่หลวงปู่จัดสร้างและออกโดยตรงจากวัดร่องดู่จะไม่มีผงภูติหรือผงพรายมาเกี่ยวของเป็นส่วนผสมเป็นอันขาดนอกจากมีคนหรือวัดต่างๆมาขอเมตตาให้ปลุกเสกเพื่อการกุศลหลวงปู่ท่านจะพิจารณาให้เป็นรายๆไปว่าวัตถุมงคลที่มาเสกนั้นได้ทำเพื่อสาธารณะกุศลต่างๆจริงหรือไม่ หากว่าวัตถุมงคลที่สร้างนั้นเจตนาบริสุทธิ์วัตถุมงคลที่หลวงปู่เสกให้ไปนั้นย่อมเข้มขลังยังไงครูบาอาจารย์ท่านย่อมไม่ทิ้งศิษย์หากผู้ที่ไปสร้างจิตไม่บริสุทธิ์วัตถุมงคลที่สร้างย่อมไร้ผลไร้พลังใครทำสิ่งไม่ดีไว้ย่อมได้ผลกรรมนั้นตอบแทนวัตถุมงคลที่หลวงปู่ท่านสร้าง ผู้ที่เคยมีไว้บูชาต่างรู้ดี วัตถุมงคลทุกชิ้นที่หลวงปู่ปลุกเสกท่านจะเน้นพุทธคุณสูง  ให้ผู้นำไปใช้ได้เจอของจริงมีประสบการณ์จริงแบบจะ ๆ ท่านได้สร้างออกมาแล้วหลายรุ่นคือ อิ่น ตะกรุด ผ้ายันต์เสื้อยันต์ เทียนสืบชะตา พระขุนแผน พระสมเด็จ พระรูปเหมือน พระปิดตา สีผึ้ง วัวธนู เหรียญรูปเหมือน ลอกเก็ตพระกริ่งพระรูปเหมือน ประคำ กุมารทอง(การปลุกเสกกุมารทองของหลวงปู่นั้นแปลกมากมีผู้ถามว่าหลวงปู่ปลุกเสกกุมารยังไงถึงได้ขลังหลวงปู่ตอบว่าจะไปยากอะไรแค่หลับตาเรียกมันก็มาแล้ว) น้ำมันเมตตา  และยังมีวัตถุมงคลอีกหลายชนิดที่ยังไม่ได้เขียนถึงในครั้งนี้ วัตถุมงคลทุกชิ้นหลวงปู่สร้างน้อยมาก  บางชิ้นมีไม่ถึงสิบองค์  ปัจจุบันวัตถุมงคลบางองค์ก็มีราคาองค์เป็นหมื่น  ยังไม่มีคนปล่อย เพราะหายากแถมมีประสบการณ์สูงอีกด้วย  เป็นพระขุนแผนยอดขุนพลเนื้อผงดำแจกกรรมการศิษย์ใกล้ชิด  สร้างด้วยผงพุทธคุณล้วน  สร้างไม่ถึง 10 องค์รุ่นนี้หายากมาก  ผู้ที่มีต่างหวงแหนไม่ยอมให้หลุดมือ คนที่มีส่วนมากจะนับได้เลยว่ามีใครที่ได้ไปบ้าง  มีประสบการณ์มากมายทางเมตตามหานิยมค้าขายของดี หลวงปู่ท่านยังเคยบอกว่า พระชุดนี้หลวงปู่ปลุกเสกให้อย่างเต็มที่ (ยิงบ่อไจ้ออกหนา)                      วัตถุมงคลยุคแรกที่หลวงปู่สร้างและดังมานานคงเป็นตะกรุดโทนคงกระพันมหาอุด ตะกรุดเมตตา ตะกรุดสาลิกา ตะกรุดก๋าสะท้อน ตะกรุดผูกคอเด็ก กันเด็กร้องในตอนกลางคืน ตะกรุดกันคุณไสย ตะกรุดกันผี และผ้ายันต์ที่หลวงปู่สร้างมากคือ ผ้ายันต์ม้าเสพนาง  หลวงปู่จะสร้างแจกเฉพาะลูกศิษย์ของท่าน  ผ้ายันต์รับทรัพย์ ผ้ายันต์เมตตา ผ้ายันต์อิ่นแก้ว ผ้ายันต์ทางแคล้วคลาด คงกระพัน วัตถุมงคลทุกชิ้นหลวงปู่ท่านจะจารด้วยมือทุกชิ้นและปลุกเสกเดี่ยว มีประสบการณ์สูงทุกชิ้น  วัตถุมงคลที่เป็นพระยุคแรกคือ พระสมเด็จ พระสมเด็จยุคแรกนี้สร้างทั้งหมด 50 องค์  แจกเฉพาะลูกศิษย์ไม่ค่อยสวยเพราะแกะบล็อกด้วยมือและปั๊มกันในวัด  มีมวลสารหลายชนิด สมเด็จชุดนี้พอหลวงปู่ปลุกเสกเสร็จท่านนำไปแจกลูกศิษย์ลูกหาของท่านและหมดไปอย่างรวดเร็ว  ปัจจุบันหายากมาก ด้านหลังสมเด็จชุดนี้หลวงปู่บรรจุตะกรุดสาลิกา 1 ดอก สมเด็จชุดนี้ได้มีเณรที่วัดอยู่รูปหนึ่ง  ซนมากได้นำพระสมเด็จไปหักเล่น  ปรากฏว่าตอนกลางคืนเณรรูปนี้จำวัดและฝันไปว่าเห็นพระสมเด็จองค์ที่หักลอยลงมาทับตัว  จึงตกใจสุดขีดทำให้ไม่สบายไปหลายวัน ทำยังไงก็ไม่หาย สุดท้ายต้องไปขอขมากับหลวงปู่  จึงหาย พระปิดตาพระผงรูปเหมือนครึ่งองค์รุ่นแรกหายากเช่นกัน เหรียญกันภัยรุ่นแรก เนื้อเงินสร้าง 62เหรียญ เนื้อนวะสร้าง209เหรียญ มีโค๊ดและหมายเลขกำกับทุกองค์ เนื้อดีบุกสร้าง500เหรียญ เนื้อทองแดงสร้าง3000เหรียญ ทุกเหรียญตอกแต่โค๊ดเหรียญรุ่นนี้ได้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี2542หลวงปู่ได้ปลุกเสกเดี่ยว2ปีนำออกมาแจกให้บูชาวันที่15เมษายนปี2544

ต้องการบูชาวัตถุมงคลหลวงปู่ครูบาแก้วคลิกที่นี่เลยครับ